วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล

                  ส่วนแรก (หมายเลข 2 ในแผนผังการจัดแสดง) จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง                




                 ส่วนที่สอง จัด แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล รวมทั้งความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ ดังมีรายละเอียดดังนี้
1.     นิทรรศการเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล  โดย   ให้ความรู้ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่อาศัยอยู่ในทะเล คือ แพลงก์ตอนซึ่งมีบทบาทสำคัญของห่วงโซ่อาหารในทะเล สาหร่าย และหญ้าทะเล ฟองน้ำ สัตว์ที่มีโพรงลำตัว เช่น ปะการัง ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน เป็นต้น สัตว์จำพวกหนอนทะเล เช่น หนอนตัวแบนหนอนปล้อง หนอนริบบิ้น เป็นต้น สัตว์จำพวกหอย เช่น หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หมึก และหอยงวงช้าง เป็นต้น สัตว์ที่มีข้อปล้องในทะเล เช่น ปู กุ้ง กั้ง และแมงดาทะเล เป็นต้น สัตว์จำพวกคอร์เดทในทะเล เช่น เพรียงหัวหอม แอมฟิออกซัส และสัตว์ทะเลที่มีกระดูกสันหลัง ชนิดต่างๆ ได้แก่ ปลาทะเล โลมา พะยูน เต่าทะเล และจระเข้น้ำเค็ม รวมทั้งเรื่องราวของทะเล และสิ่งมีชีวิตในทะเลยุคดึกดำบรรพ์ เป็นต้น 





    
           



                                             
2.     นิทรรศการเรื่องราวของทะเล และระบบนิเวศในทะเล ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการแบ่งเขตของทะเล และระบบนิเวศต่างๆในทะเล รวมทั้งพืช และสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในแต่ละระบบนิเวศ โดยเริ่มตั้งแต่ ระบบนิเวศของป่าชายเลน ระบบนิเวศหาดหิน ระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น

3.     นิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์  เป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ เช่น เป็นแหล่งทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมงทะเล เช่น โป๊ะ และเรือประมงทะเลชนิดต่างๆ เป็นเส้นทางค้าขาย และเดินทางติดต่อกันของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องพบกับอุปสรรคนานาประการจากคลื่น ลม และพายุ จนทำให้เรืออัปปางเกิดเป็นเรื่องราวของการขุดค้น และศึกษาโบราณคดีใต้น้ำเป็นต้น

 

                                                      

4.     ห้องพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย และวิวัฒนาการของหอย ในห้องนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับเปลือกหอยที่พบในทะเลกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ลิ่นทะเล หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หอยงวงช้าง และหอยงาช้าง เป็นต้น รวมทั้งนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับหอยแต่ละกลุ่มของหอยที่มีอยู่ใน
กลุ่ม วิวัฒนาการของหอยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และการแบ่ง
โลก
                             

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประเพณีวิ่งเขาสามมุข "8 กรกฎ"

                                 
                           มหาวิทยาลัยบูรพาถือกำเนิดมาจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 นับเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศ ต่อมาได้รับ การยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒวิทยาเขตบางแสน ในปี พ.ศ. 2517 ปัจจุบันได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยบูรพาตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่วันที่ 30กรกฎาคม2533


                                                           

                            วันที่ 8 กรกฏ เป็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีประเพณีที่ทำกันทุกรุ่นๆเลยก็คือ วิ่ง   วิ่งจากเขาสามมุข กลับมาที่ มหาลัย ... ประเพณีนี้ เป็นประเพณีที่เก่าแก่มากแล้วก็จะมีข่าวลือออกมาว่า "ใครไม่วิ่ง เรียนไม่จบ!" ก็คือ เริ่มงานเลยนะ ทาง ม. จะจัดรถมารับเราอย่างภาคภูมิเกียรติมาก แล้วเอาเราไปส่งที่เขาสามมุขแล้ว .. แล้วเขาก็ทิ้งเราเลย !! ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่พวกเรา ที่ต้องเดินกลับ ม. เอง เราจะวิ่งกลับ ม. เป็นคณะๆค่ะ จริงๆเค้าจะมีแบบแข่งด้วยนะ ว่าคณะไหนจะถึงก่อนเรา
แต่..พี่พั้นซ์ว่า เราอย่าไปแข่งกับพวกการเดินเรือ แล้วก็วิทย์กีฬาเลยค่ะ ทรมานตัวเองปล่าว ๆ
พอมาถึงที่ ม. นะคะ จะมีพี่ต้อนรับอยู่ ซึ่งพอถึงจุดหมายนะ เราจะมีตัวอักษรว่า FINAL [ ไม่ใช่ FINISH นะคะ]
เราก็จะมี ความเชื่อด้วยว่า ถ้าเราเหยียบ "A" เราก็จะได้ เกรด A แต่ตัว "F" จะเป็นตัวที่ไม่มีใครไปกล้ำกรายเลยเด็ดขาดด !!

ประตูซุ้ม FINAL จะปิดเมื่อถึงเวลา 11 โมง ,, นั่นก็แปลว่าเราต้องถึง ม. ก่อน 11 โมงนะคะ :D

ในวันนั้น เราจะมีป้ายคณะใหญ่มากๆๆๆๆ บอกว่าเราคือ คณะนี้นะ ถือไว้หน้าสุด !!
จะมีพี่ คอยแหกปากบอกเราว่า น้องรวมเป็นกลุ่ม ๆๆๆๆๆ อย่าแตกแถว อย่าหยุด อย่าแยก อย่า ๆๆๆ
ซึ่งเราก็ไม่ได้ฟังหรอก เพราะส่วนใหญ่ กำลัง ...... ถ่ายรูป !! :lol: 555

ถ้าถามมพี่พั้นซ์นะ ว่าไม่ต้องมาได้ไหม ? พี่ตอบเลยค่ะ ว่า ได้ !!
เพราะที่เค้าบอกว่า ไม่วิ่ง ก็ไม่จบ !! พี่พั้นซ์ว่า ไอ้ที่ไม่จบๆ กันน่ะ ทำตัวเองกันมากกว่านะ
แต่ว่า มาแล้วได้อะไร ... พี่พั้นซ์ว่านะ ได้ทั้งความสนุก(แม้จะเหนื่อย) ความทรงจำดีดี(ที่แสนเฮฮา) และ...ความลั๊นลา
รวมทั้งความเป็นตัวตนจริงๆของรุ่นพี่ (ว่าบ้าบอกันแค่ไหน !? ) 5555

การมาครั้งนี้ พี่พั้นซ์ขอความเต็มใจนะคะ เพราะมันเป็นกิจกรรมที่พี่ๆอยากใ้ห้น้องเข้าร่วมด้วยความเต็มใจ
แต่ว่า ... มันเป็นสิทธิของน้อง ที่ว่าจะได้ใช้สิทธิ์ในการทำกิจกรรมให้เต็มที่หรือไม่ !?
กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมของน้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปี 1 หรือปี 3 ก็ตามแต่ ,, ซึ่งพี่ๆทุกคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด
เพื่อให้น้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ ไม่งั้น ... พี่จะไปวิ่งกับน้อง(อีกรอบ) ทำไม เนาะ !? เหนื่อย แต่เราได้รับสิ่งดีดี
พี่พั้นซ์ว่า ... มัน "คุ้มค่า" นะ ,, ซึ่งตอนนี้ น้องๆอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่พูด แต่วันนึงน้องจะเข้าใจในสิ่งที่พี่พูด !


ครั้งหนึ่งในชีวิตนะคะ แค่ครั้งเดียวที่น้องจะได้เป็น น้องใหม่ ครั้งเดียวที่น้องจะได้เป็น เฟรชชี่ ,,
แม้ว่าน้องบางคน อาจจะต้องไปเป็นเฟรชชี่อีกครั้ง แต่พี่พั้นซ์เชื่อนะ ว่า ... มันไม่มีทางที่จะ เหมือน กันหรอก !

กิจกรรมของมหาลัย ที่เราจะได้ทำร่วมกันเป็นคณะ ,, แม้มันจะเหนื่อย แม้มันจะเป็นอะไรที่น้องๆแลมองว่ามันไม่เข้าท่า !
แต่กิจกรรมที่เหนื่อย และไม่เข้าท่านี่แหละค่ะ ที่มันหลอมรวมพวกเรา จนกลายเป็นคณะ ได้อย่างวันนี้ !!
คณะที่ ไม่แยกตัวออกว่าเป็น เอกใด คณะที่ไม่แยกออกว่าเป็น ภาค ใด ,, เพราะ เอก หรือ ภาค ก็คือสาขาที่เราเรียนแต่มันไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเรา ไม่ใช่กลุ่มเดียวกันซักหน่อยนี่คะ

 

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สื่อการเรียนการสอน 400202 Educational Technology

Educational  Media       สื่อการศึกษา
Instructional  Media      สื่อการสอน

สื่อการสอน หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ในการถ่ายทอดความรู้  ประสบการณ์  ความคิดและทักษะต่าง ๆ ไปสู่ผู้เรียน 
ความสำคัญของสื่อ สื่อเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ  เพราะสื่อจะเป็นตัวการสำคัญที่นำเอาความรู้  ความคิด  ประสบการณ์และทักษะต่าง  ๆ ไปสู่ผู้เรียน  กระบวนการเรียนการสอนจำเป็นต้องใช้สื่อ  สื่อการสอนทำให้ความเป็นนามธรรมไปสู่รูปธรรม

ประเภทการสอนของสื่อ
- แบ่งตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน- แบ่งตามแนวคิดเทคโนโลยีการศึกษา   - แบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้จากธรรมไปสู่นามธรรม  (Edgar  Dale)
Percival  and  Ellington(1984)  และ  De  Kieffer  (1965)  ได้แบ่งสื่อการสอนตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน  มี  3  ประเภท
1. สื่อที่ไม่ต้องฉาย  (non  projected  material)
2. สื่อที่ต้องฉาย  (projected  material)
3. สื่อที่เกี่ยวกับเสียง  (Audio material )
แบ่งตามแนวคิดเทคโนโลยีการศึกษา
1.  วัสดุ  สื่อที่ผลิตขึ้น  เช่น  รูปภาพ  แผนภูมิ
2.  อุปกรณ์เครื่องมืออุปกรณ์  สำเร็จรูป  ทั้งที่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง  เช่น  หุ่นจำลอง  และสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุ  เช่น  วีดิทัศน์  สไลด์
3.  วิธีการ
 
กิจกรรม  เกม  ศูนย์การเรียน  ทัศนศึกษา  สถานการณ์จำลอง  แหล่งความรู้ชุมชน 
 สื่อการสอนประเภทวัสดุ  (Software  or  Material)
เป็นสิ่งที่ได้รับบรจุเนื้อหาสาระเรื่องราวหรือความรู้ไว้ในลักษณะต่าง ๆ
สื่อการสอนอุปกรณ์  (Hardware)
- เป็นตัวผ่านที่ทำให้ข้อมูล  ความรู้  หรือสาระ  ที่อยู่ในวัสดุสามารถถ่ายทอดออกมา
     
สื่อการสอนประเภทเทคนิคและวิธีการ(Techniques  and  Methods)
                สื่อการสอนที่มีลักษณะเป็นแนวความคิด  รูปแบบขั้นตอนในการเรียนการสอน  หรือเทคนิค  ที่ไม่มีลักษณะทางกายภาพเป็นวัสดุหรืออุปกรณ์  แต่สามารถใช้วัสดุอุปกรณ์มาช่วยในการดำเนินงานได้

สื่อการสอน แบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมของ
(Edgar  Dale)



1.ประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย  (Direct  or  Purposeful  Experiences) 
               เป็นสื่อการสอนที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนสามารถรับรู้  เรียนรู้ด้วยตนเอง  ลงมือปฏิบัติ  เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงและได้สัมผัสด้วยตนเองจากประสาทสัมผัสทั้งห้า  เช่น  การฝึกทำอาหาร  การทดลองต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับโปรเจคเตอร์

                                         


2. ประสบการณ์จำลอง  (Contrived  experience)
             เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดแต่ไม่ใช่ความเป็นจริง  อาจเป็นสิ่งของจำลอง  หรือสถานการณ์จำลอง  เช่น  การฝึกหัดผ่าตัดตาด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  การฝึกหัดขับเครื่องบินด้วยเครื่อง  Flight  Simulator
                                                      
                                         
3. ประสบการณ์นาฏการหรือการแสดง  (Dramatized  Experience)
               เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนรู้จากประสบการณ์  ในการแสดงบทบาทสมมุติ  หรือการแสดงละคร  นิยมใช้สอนในเนื้อหาที่มีข้อจำกัดในเรื่องยุคสมัยเวลา

                                          
 
4. การสาธิต  (Demonstration)
                     เป็นสื่อการสอนที่ผู้เรียนเรียนรู้จากการดูการแสดงหรือการกระทำประกอบคำอธิบาย  เพื่อให้เห้นลำดับขั้นตอนของการกระทำนั้น ๆ  เช่นการสาธิตอาบน้ำเด็กแรกเกิด


5. การศึกษานอกสถานที่  (Field  Trip)
                  
เป็นสื่อการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ ภายนอกชั้นเรียนโดยการท่องเที่ยว  หรือการเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ โดยมีการจดบันทึกสิ่งที่พบ  ตลอดจนอาจมีการสัมภาษณ์บุคคลที่ดูแลสถานที่เยี่ยมชม
 

6. นิทรรศการ
                             เป็นสื่อการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง  ๆที่ได้จัดแสดงไว้ในลักษณะของนิทรรศการ  หรือการจัดป้ายนิเทศ ผู้เรียนจะเรียนรู้จากสาระและเนื้อหาที่แสดงไว้ในนิทรรศการหรือป้านนิเทศ


 7. โทรทัศน์  (Television)
เป็นสื่อการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง  ๆที่ได้จัดแสดงไว้ในลักษณะของนิทรรศการ  หรือการจัดป้ายนิเทศ ผู้เรียนจะเรียนรู้จากสาระและเนื้อหาที่แสดงไว้ในนิทรรศการหรือป้านนิเทศ
เป็นการใช้โทรทัศน์เป็นสื่อในการสอนโดยเฉพาะ  เน้นที่โทรทัศน์การศึกษาและโทรทัศน์เพื่อการเรียนการสอน  เป็นการสอนหรือให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้เรียนหรือผู้ชมที่อยู่ในห้องเรียนหรือทางบ้าน  ใช้ทั้งระบบวงจรปิดและวงจรเปิด  ซึ่งการสอนอาจเป็นการบันทึกลงเทปวีดิทัศน์  หรือเป็นรายการสดก็ได้  การใช้สื่อการสอนในกรณีนี้ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการชมโทรทัศน์

                                                      
8.  ภาพยนตร์  (Motion  Picture)
                       เป็นการใช้ภาพยนตร์ที่มีลักษณะเป็นภาพเคลื่อนไหว  มีเสียงประกอบ  และได้บันทึกลงไว้ในแผ่นฟิล์ม  มาเป็นสื่อในการสอน  ผู้เรียนจะเรียนรู้หรือได้ประสบการณ์ทั้งจากภาพและเสียง  หรือจากภาพอย่างเดียวถ้าเป็นภาพยนตร์เงียบ


9. ภาพนิ่ง  วิทยุ  และแผ่นเสียง  (Recording, Radio, and  Still  Picture)
เป็นการใช้สื่อการสอนที่เป็นภาพนิ่ง  วิทยุ  หรือเทปบันทึกเสียง  เพื่อให้ประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน  สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่ผู้เรียนสัมผัสได้เพียงด้านเดียว  เช่น  สื่อภาพนิ่งซึ่งอาจเป็นรูปภาพ  สไลด์  หรือภาพวาด  ภาพล้อ  หรือภาพเหมือนจริง  ซึ่งผู้เรียนเรียนรู้จากการดูภาพ  สื่อวิทยุเป็นสื่อที่ผู้เรียนเรียนรู้จากการฟัง  ข้อมูลหรือสาระความรู้ที่บันทึกอยู่ในสื่อประเภทนี้จะสามารถให้ประสบการณ์แก่ผู้เรียนได้  ถึงแม้ผู้เรียนจะอ่านหนังสือไม่ออก  ก็สามารถเข้าใจใจเนื้อหาบทเรียนได้  เนื่องจากเป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนโดยผ่านการฟังหรือดูภาพ

10. ทัศนสัญญลักษณ์  (Visual  Symbols)
วัสดุกราฟิกทุกประเภท  เช่น  แผนที่  แผนภูมิ  แผนสถิติ  แผนภาพ  การ์ตูนเรื่อง  หรือสัญญลักษณ์รูปแบบต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการสื่อความหมาย  การใช้สื่อประเภทนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องมีพื้นฐานในการทำความเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่นำมาใช้ในการสื่อความหมายจึงจะเข้าใจเนื้อหาบทเรียนที่นำเสนอโดยสื่อเป็นอย่างดี  เนื้อหาจะถูกสื่อความหมายผ่านทางสัญญลักษณ์  หรืองานกราฟิก  ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการตีความสัญญลักษณ์ที่นำมาใช้สื่อความหมาย


11.วจนสัญญลักษณ์  (Verbal  Symbol)
เป็นสื่อการสอนที่อยู่ในรูปแบบของคำพูด  คำบรรยาย  ตัวหนังสือ  ตัวเลข  หรือสัญญลักษณ์พิเศษต่าง  ๆที่ใช้ในภาษาการเขียน  ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนโดยผ่านสื่อประเภทนี้  จัดว่าประสบการณ์ขั้นที่มีความเป็นนามธรรมมากที่สุด
 เเสดงความคิดเห็นดังนี้
1. มีการกล่าวถึงความหมายของ  สื่อการสอนประเภท  วัสดุ  ว่าเป็น  สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลือง  ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
-  ดิฉันมีความคิดเห็นว่า สื่อการสอนประเภทวัสดุนั้น ก็มีความสำคัญในการประกอบการเรียนให้เห็นโดยสมจริง เเต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด สามารถใช้ได้คุ้มค่ากับส้ฃิ่งของที่มีอยู่หรือไม่ 
2. กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale  แบ่งสื่อการสอนโดยยึดหลักอะไร / สรุปสาระสำคัญ

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

E-learning คืออะไร ?

     ความหมาย    e-Learning  เป็นคำที่ใช้เรียกเทคโนโลยีการศึกษาแบบใหม่ ที่ยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่แน่ชัด และมีผู้นิยามความหมายไว้หลายประการ ผศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ให้คำนิยาม E-Learning หรือ Electronic Learning ว่า หมายถึงการเรียนผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิกส์ซึ่งใช้การ นำเสนอเนื้อหาทางคอมพิวเตอร์ในรูปของสื่อมัลติมีเดียได้แก่ ข้อความอิเลคทรอนิกส์ ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติฯลฯเช่นเดียวกับ คุณธิดาทิตย์ จันคนา ที่ให้ความ หมายของ e-learning ่าหมายถึงการศึกษาที่เรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้เรียนรู้จะเรียนรู้ ด้วยตัวเอง ารเรียนรู้จะเป็นไปตามปัจจัยภายใต้ทฤษฎีแห่งการเรียนรู้สองประการคือ เรียนตามความรู้ความสามารถของผู้เรียนเอง และ การตอบสนองใน ความแตกต่างระหว่างบุคคล(เวลาที่แต่ละบุคคลใช้ในการเรียนรู้)การเรียนจะกระทำผ่านสื่อบนเครือข่ายอินเตอร์เนต โดยผู้สอนจะนำเสนอข้อมูลความรู้ให้ผู้เรียนได้ทำการศึกษาผ่านบริการ World Wide Web หรือเวปไซด์ โดยอาจให้มีปฏิสัมพันธ์ (สนทนา โต้ตอบ ส่งข่าวสาร) ระหว่างกัน จะที่มีการ เรียนรู้ ู้ในสามรูปแบบคือ ผู้สอนกับ ผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียนอีกคนหนึ่ง หรือผู้เรียนหนึ่งคนกับกลุ่มของผู้เรียน ปฏิสัมพันธ์นี้สามารถ กระทำ ผ่านเครื่องมือสองลักษณะคือ
           1) แบบ Real-time ได้แก่การสนทนาในลักษณะของการพิมพ์ข้อความแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน หรือ ส่งในลักษณะของเสียง จากบริการของ Chat room
            2) แบบ Non real-time ได้แก่การส่งข้อความถึงกันผ่านทางบริการ อิเลคทรอนิคเมลล์ WebBoard News-group เป็นต้น
 ความหมายของ e-Learning ที่มีปรากฏอยู่ในส่วนคำถามที่ถูกถามบ่อย (Frequently Asked Question : FAQ) ในเวป www.elearningshowcase.com ให้นิยามว่า e-Learning มีความหมาย เดียวกับ Technology-based Learning นั้นคือการศึกษาที่อาศัยเทคโนโลยีมาเป็นส่วนประกอบที่ สำคัญ ความหมายของ e-Learning ครอบคลุมกว้างรวมไปถึงระบบโปรแกรม และขบวนการที่ ดำเนินการ ตลอดจนถึงการศึกษาที่ใช้ ้คอมพิวเตอร์เป็นหลักการศึกษาที่อาศัยWebเป็นเครื่องมือหลักการศึกษาจากห้องเรียนเสมือนจริง และการศึกษาที่ใช้ การทำงานร่วมกันของอุปกรณ์อิเลค ทรอนิค ระบบดิจิตอล ความหมายเหล่านี้มาจากลักษณะของการส่งเนื้อหาของบทเรียนผ่านทาง อุปกรณ ์อิเลคทรอนิค ซึ่งรวมทั้งจากในระบบอินเตอร์เนต ระบบเครือข่ายภายใน (Intranets) การ ถ่ายทอดผ่านสัญญาณทีวี และการใช้ซีดีรอม อย่างไรก็ตาม e-Learning จะมีความหมายในขอบเขต ที่แคบกว่าการศึกษาแบบทางไกล (Long distance learning) ซึ่งจะรวมการเรียนโดยอาศัยการส่ง ข้อความหรือเอกสารระหว่างกันและชั้นเรียนจะเกิดขึ้นในขณะที่มีการเขียนข้อความส่งถึงกัน การนิยามความหมายแก่ e-learning Technology-based learning และ Web-based Learning ยังมี ความแตกต่างกัน ตามแต่องค์กร บุคคลและกลุ่มบุคคลแต่ละแห่งจะให้ความหมาย และคาดกันว่าคำ ว่าe-Learning ที่มีการใช้มาตั้งแต่ปี คศ. 1998 ในที่สุดก็จะเปลี่ยนไปเ ป็น e-Learning เหมือนอย่าง กับที่มีเปลี่ยนแปลงคำเรียกของ e-Business

          เมื่อกล่าวถึงการเรียนแบบ Online Learning หรือ Web-based Learning ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของ Technology-based Learning nี่มีการเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอร์เนต อินทราเนต และ เอ็ซทราเนต (Extranet) พบว่าจะมีระดับ การจัดการที่แตกต่างกันออกไป Online Learning ปกติจะ ประกอบด้วยบทเรียนที่มีข้อความและรูปภาพ แบบฝึกหัดแบบทดสอบ และบันทึกการเรียน อาทิ คะแนนผลการทดสอบ(test score) และบันทึกความก้าวหน้าของการเรียน(bookmarks) แต่ถ้าเป็น Online Learning ที่สูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง โปรแกรมของการเรียนจะประกอบด้วยภาพเคลื่อนไหว แบบ จำลอง สื่อที่เป็นเสียง ภาพจากวิดีโอ กลุ่มสนทนาทั้งในระดับเดียวกันหรือในระดับผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ที่ปรึกษาแบบออนไลน์ (Online Mentoring) จุดเชื่อมโยงไปยังเอกสารอ้างอิงที่มีอยู่ ในบริการของเวป และการสื่อสารกับระบบที่บันทึกผลการเรียน เป็นต้น
          การเรียนรู้แบบออนไลน์หรือ e-learning การศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต(Internet) หรืออินทราเน็ต(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตาม ความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพเสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และ เพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับ การเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย(e-mail, web-board, chat) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน, เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime) 
ผู้ให้ข้อมูล : อรรคเดช โสสองชั้น
ที่มา : http://school.obec.go.th/sup_br3/t_1.htm

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ความรู้และประสบการณืที่สั่งสมมาตั้งแต่แรกถึงปัจจุบัน


 



5ขอบข่ายของเทคโนโลยีการศึกษา

                                                


- Design ออกแบบ
- Deverlopment การพัฒนา
- Utilization การใช้
- Mangement การจัดการ
- Evalution การประเมิน

3 แนวคิด

-โสตทัศนศีกษา
- วิธีการและวัสดุอุปกรณ์
- เป็นเรื่องรายบุคคล


                                     

การทำงานของระบบ

Input : ปัจจัยนำเข้า เป็นการป้อนวัตถุดิบหรือข้อมูลต่างๆ การตั้งปัญหา การตั้งวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินงานในระบบนั้น
Process : กระบวนการ เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ป้อนเข้ามา เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ (เป็นขั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)
Control  : ควบคุม เป็นการควบคุมและตรวจสอบเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์อย่างมีคุณภาพ
Output :
ผลลัพธ์ เป็นผลผลิตที่ได้ออกมาภายหลังจากการดำเนินงานในขั้นของกระบวนการสิ้นสุดลง รวมถึงการประเมินด้วย

                                           


ADDIE
A: Anglye การวิเคราะห์
D: Desing ออกแบบ
D: Deverlopment พัฒนา
  I: Impletation การพัฒนา
E: Evaluation การประเมิน

การวิเรคาะห์สื่อการเรียน การสอน
                                                  
            การดูภาพยนต์สั้น เรื่อง อาม่า ได้นำมาประยุกต์ใช้ในวิชาเทคโนโลยีการศึกษา โดยการนำ 5 ขอบข่าย 3 แนวคิด การทำงานเป็นระบบต่างๆ นำมาปรับใช้ในการวิเคราะห์สื่อการเรียนนี้ ว่ามีการอะไรเป็นเหตุ เป็นผล ย่อมมีปัจจัยเสมอ
                                     
                                                 
           ภาพยนต์สั้น เรื่อง จ่อยนายแน่มาก ได้ใช้วิธีการ 5 ขอบข่าย เพื่อวิเคราะห์ปัญหา